บทที่ 13 บทไม่มีชื่อ

พวกเราคุยกันในห้องทำงานของผม งานกองเท่าภูเขาละครับ ไหนจะเรื่องเรียนไหนจะผับอีกเจ็ดแห่ง สนามรถเถื่อน แล้วยังงานของป๊าอีก ยังดีที่ผมมีไอ้เตกับไอ้พิชญ์เป็นผู้ช่วยไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว พวกเขาถูกสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กๆแล้วว่าต้องเป็นคนคอยดูแลผม พอได้คุยกับมินทร์แล้วผมยิ่งเดือดหนักขึ้นอีก ผมเป็นเพื่อนมันนะครับโตมาด้วยกันถูกแล้วพวกเราสี่คนโตมาด้วยกัน จริงอยู่ว่าผมเป็นนายน้องของพวกเราแต่พวกเราก็สนิทกันเกินกว่านั้นอีกครับ แต่พอเกิดเรื่องมันก็หายไปซะเฉยๆ คือหายไปเลยตามตัวกันไม่เจอแม้กระทั่งข่าวคราวของมันอย่างว่าล่ะครับนั่นเป็นเรื่องตั้งแต่ยังเด็กแล้ว แม่ผมกับป๊าสั่งให้ทุกคนตามหาครอบครัวคุณลุงอาทิตย์ แต่มันก็นานเป็นสิบๆปีแถมยังไม่ได้เรื่องราวอีก ผมเองยังลืมๆหน้าน้องที่ผมชอบไปแล้วด้วยซ้ำก็ตอนนั้นเด็กอยู่นี่นะ อีกอย่างผมนี่แมนเต็มตัวนะครับไม่ได้เป็นเกย์แต่นอนได้นะกับผู้ชายอะเรื่องแบบนี้มันก็แค่ความถูกใจไม่เกี่ยวกับเพศเสียหน่อย แค่อยากลองแล้วก็นับคนที่เป็นผู้ชายได้ไม่ถึงห้าคนด้วยซ้ำไปนอกนั้นก็สาวๆ ผมเป็นคนอารมณ์รุนแรงครับใส่ทีก็ไม่เคยตั้งแต่ไม่ได้ซาดิสนะครับบอกเอาไว้ก่อน ผมถอนหายใจเฮือกบอกความรู้สึกของตัวเองไม่ถูก พอนึกถึงไอ้คนตัวเล็กข้างนอกใจผมมันกระตุกพิกล ยิ่งคิดยิ่งมันเขี้ยวอยากขยี้ขยำให้มันแหลกคามือ เห็นหน้ามันแล้วก็อึดอัดบรรยายไม่ถูกเลยครับไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจากมันกันแน่ เพียงแค่คิดก็แย่แล้วครับงานนี้

"เฮ้อ..."แค่เสียงถอนหายใจของผมเท่านั้นครับ ไอ้สามคนก็หันมามองผมเหมือนตัวประหลาด ทำหน้าเหมือนเห็นผีกลางวันแสกๆ ผมนี่ถึงกับหางคิ้วกระตุก

"เป็นไร"สั้นๆจากไอ้เต เพื่อนคนนี้ดูมันยากครับเดาอารมณ์ของมันยากพอๆกับผม ใบหน้านิ่งๆของมันนี่ฆ่าคนได้แบบไม่ต้องกะพริบตาก็แล้วกัน ผมไม่ตอบอะไรดึงสายตากลับมาที่พวกมันอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา

"กูไม่รู้ แต่กูจะพาน้องกลับคอนโด ไอ้มินทร์พรุ่งนี้มึงไปเจอกูที่มอด้วย"ผมบอกสั้นๆแล้วเดินออกมาจากห้อง ไม่ไหวแล้วครับผมคิดถึงอยากกอดมันแน่นๆให้เติมเต็มความรู้สึกวูบโหวงในอก สงสัยละสิว่าใคร ก็ไอ้เด็กแคระข้างนอกล่ะครับจะมีใครเสียอีก ผมจะบอกยังไงดีนะคือพอได้กอดๆรัดๆมันแล้วปริ่ม อยากอยู่กับมันพอได้อุ้มแล้วก็อยากอุ้มอีกคนอะไรนุ่มนิ่มไปทั้งตัว ไว้พรุ่งนี้ผมจะถามไอ้มินทร์ว่าตอนเลี้ยงไอ้ตัวเล็กเอาสำลีกับหลอดนีออนให้มันเป็นอาหารหรือไงมันถึงโตมาเป็นแบบนี้ ผมเดินมาหยุดมองร่างเล็กที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้หน้าบาร์มีไอ้พิชญ์นั่งข้างๆคอยเช็ดหน้าเช็ดตาให้ ไอ้ตัวเล็กนั่งถือแก้วน้ำส้มขึ้นกินไปสะอื้นไป 'หวง' ความรู้สึกนี้มันตีขึ้นมาในอกเลยตั้งแต่เห็นไอ้พิชญ์จับแก้มนิ่มๆน้องมาซับน้ำตาให้ ผมสาวเท้าเร็วขึ้นไปหยุดด้านหลังพวกมัน สายตายังไม่ละไปจากมือของไอ้พิชญ์ที่จับแก้มน้องมันอยู่

"กลับ"ผมบอกสั้นๆมันเงยหน้ามองผมทันทีน้ำตาฉ่ำกลิ้งอยู่ในลูกตาใสๆของมัน เหี้ยละครับอารมณ์ของผมตอนนี้คืออยากฟัด คือฟัดจริงๆนะ จะขยี้ให้เละโอ้ยบอกไม่ถูก ผมหน้าบึ้งหนักเข้าไปอีกความคิดความรู้สึกมันสับสนไปหมด ผมจับต้นแขนมันได้ก็ดึงลงจากเก้าอี้มันยังถือไอ้ตุ๊กตามอมแมมนั้นไม่วางผมไม่ได้สนใจอะไรหรือใครทั้งนั้น คิดว่าใบหน้าของผมตอนนี้คงน่ากลัวเกินไปจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แม้กระทั่งไอ้พิชญ์ที่ยกมือค้างอยู่ท่านั้น จากนั้นผมก็ลากๆน้องมันจนมันก้าวขาไม่ทันกลายเป็นวิ่งตามผมแทน

"ไปไหน จะพากูไปไหนปล่อยสิวะ"ผมหยุดเดินทันที ร่างเล็กพยายามจะสะบัดแขนออกจากมือผม 

"หือ!"ไอ้คำพูดพวกนี้อีกมันไปจำมาจากวะ ไอ้คำว่ามึงๆกูๆเนี่ย มันไม่สมกับหนังหน้าของมันเลยสักนิด ผมก้มลงมองตาขวางอยากจะตีก้นมันแรงๆให้หลาบจำว่าอย่าพูดคำหยาบคาย มันไม่สุภาพ

"พูดใหม่"มันงงกับคำสั่งของผมครับ แถมยังมองหน้าทำตาสงสัย ตายห่าทำไมมันทำหน้าเหมือนหมาสงสัยแบบนั้น คือที่กูอยากสื่อเนี่ยคือจะบอกว่ามันน่ารักครับจะละลาย พอจะนึกภาพออกกันป่าวครับ

"ใครสอนมึงพูดมึงกู ตอบ!!"มันผงะไปนิดหนึ่งด้วยความตกใจ ปากเม้มแน่นแต่ท่าทางไม่ยินยอมให้ความร่วมมือ สายตามันเหลือบไปเห็นไอ้มินทร์เดินออกมาพร้อมไอ้เตกับไอ้พิชญ์ มันออกแรงสลัดแขนออกวิ่งโผเข้าไปหาไอ้มินทร์ทันที เอาหน้าซุกๆถูๆกับเสื้อไอ้มินทร์ ไม่ครับกูไม่ยอมคือเคืองหนักมาก ที่มันควรจะเอาหน้าซุกอกผมไม่ใช่อกไอ้มินทร์ ไม่ใช่ร่างแห้งๆของไอ้มินทร์ แม่งเอ๊ยกูรับไม่ได้อะครับ

"มินทร์จ๋ามินทร์ อืออออ คิสง่วง พานอนหน่อยนะ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ"ดูมันอ้อนสิ นี่มันเคยคิดจะเกรงใจผมบ้างมั๊ยห๊า (คือคิงโว้ยแกตั้งสติแป็บนะ น้องมันไม่รู้ป่าวอะแก ว่าแกคิดอะไรไม่ดีกับน้อง : ไรท์ถาม // เสือก :คิงตอบ //ไรท์ถอนหายใจพับไมค์ลงแล้วก้มหน้าเดินออกมาเบาๆ รู้สึกถึงความจางของตัวเองทันที)

บทก่อนหน้า
บทถัดไป